วันเสาร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2559

ทำไม ? มนุษย์ จึงเรียกว่าเป็นสัตว์ประเสริฐ กว่าสัตว์ใด ๆ ในโลกใบนี้

วิกฤตมนุษย์ วิกฤตโลก(ตอนที่ 4)
มนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐและฉลาดกว่าสัตว์ใด ๆ ในโลกนี้
3 ตอนแล้วนะที่เราได้ทบทวนความเป็นมนุษย์ของเรา อย่าเพิ่งเบื่อนะ ทนอ่าน สั้น ๆ วันละหน่อยก็ยังดี หากวันนี้จะพูดต่อว่า สัตว์ประเสริฐ นั้น ทำไม?? จึงเรียกว่า สัตว์ประเสริฐ
เรามาดู กันว่า มนุษย์ มาจากคำว่า มนะ+อุษยะ มนะหรือมโน แปลว่าใจ อุษยะ หรืออุษา แปลว่าพระอาทิตย์ ที่กำลังขึ้นโผล่จากขอบฟ้ายามเช้าตรู่ ดวงอาทิตย์ที่โผล่พ้นขอบฟ้ายามเช้าตรู่ ดวงอาทิตย์นั้นก็จะสูงขึ้นเรื่อย ๆ สว่างมากขึ้นเรื่อย ๆ เราจึงเรียกมนุษย์ว่า เป็นผู้มีจิตใจสูง คือสูงขึ้น ๆ สว่างไสว ขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนดวงอาทิตย์ ที่ลอยสูงขึ้น ก็ยิ่งร้อนและสว่างมากขึ้นนั่นเอง ความร้อนของดวงอาทิตย์ย่อมให้ความอบอุ่นกับโลกใบนี้ ขับความมืดบนโลกใบนี้ให้มลายหายสูญไป
แล้ววันนี้เรา ได้กระทำตัว ทำใจ และคำพูดของเรา ให้สูงขึ้น เรื่อย ๆ สว่างไสว ขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อให้ความอบอุ่นกับเพื่อนมนุษย์ กับบุคคลในครอบครัว ให้ความสว่างไสว มีดวงปัญญาที่จะทำแต่ความดี ยิ่ง ๆ ขึ้นไป แล้วหรือยัง?? หรือมัวแต่หลงทิศทางการเกิดมาที่จะทำจิตใจเราให้สูงขึ้น ด้วยการปล่อยให้กิเลส 3 ตระกูลมาห่อหุ้ม ซึมแทรก เคลือบ เอิบอาบ ปนเป็นอยู่ในใจของเราตลอดเวลาจนกลายเป็นวิกฤตมนุษย์ไปเสียแล้วอย่างไม่รู้ตัว ถอยหลังกลับมาตั้งหลักก็ยังไม่สายเกินไป ที่จะแก้ไขตนเองให้สมกับที่ได้เกิดเป็นมนุษย์ที่เรียกว่า สัตว์ประเสริฐกันเถอะ ไม่มีใครที่จะใจร้ายพอที่ไม่ให้อภัย ถ้าเราได้คิด เราก็จะคิดได้ อย่างน้อย ๆ ก็ทำครอบครัวของเราให้อบอุ่นน่าอยู่ ร่มเย็น เป็นสุข เพื่อบั้นปลายของชีวิตที่จะช่วยกันสร้างโลกนี้ให้สวยงามด้วยตัวของเราเอง


พิณสายกลาง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น