วิกฤตมนุษย์
วิกฤตโลก(ตอนที่ 4)
มนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐและฉลาดกว่าสัตว์ใด
ๆ ในโลกนี้
3
ตอนแล้วนะที่เราได้ทบทวนความเป็นมนุษย์ของเรา อย่าเพิ่งเบื่อนะ ทนอ่าน สั้น ๆ
วันละหน่อยก็ยังดี หากวันนี้จะพูดต่อว่า สัตว์ประเสริฐ นั้น ทำไม?? จึงเรียกว่า
สัตว์ประเสริฐ
เรามาดู กันว่า มนุษย์ มาจากคำว่า
มนะ+อุษยะ มนะหรือมโน แปลว่าใจ อุษยะ หรืออุษา แปลว่าพระอาทิตย์
ที่กำลังขึ้นโผล่จากขอบฟ้ายามเช้าตรู่ ดวงอาทิตย์ที่โผล่พ้นขอบฟ้ายามเช้าตรู่
ดวงอาทิตย์นั้นก็จะสูงขึ้นเรื่อย ๆ สว่างมากขึ้นเรื่อย ๆ เราจึงเรียกมนุษย์ว่า
เป็นผู้มีจิตใจสูง คือสูงขึ้น ๆ สว่างไสว ขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนดวงอาทิตย์
ที่ลอยสูงขึ้น ก็ยิ่งร้อนและสว่างมากขึ้นนั่นเอง
ความร้อนของดวงอาทิตย์ย่อมให้ความอบอุ่นกับโลกใบนี้
ขับความมืดบนโลกใบนี้ให้มลายหายสูญไป
แล้ววันนี้เรา ได้กระทำตัว ทำใจ และคำพูดของเรา
ให้สูงขึ้น เรื่อย ๆ สว่างไสว ขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อให้ความอบอุ่นกับเพื่อนมนุษย์
กับบุคคลในครอบครัว ให้ความสว่างไสว มีดวงปัญญาที่จะทำแต่ความดี ยิ่ง ๆ ขึ้นไป แล้วหรือยัง??
หรือมัวแต่หลงทิศทางการเกิดมาที่จะทำจิตใจเราให้สูงขึ้น ด้วยการปล่อยให้กิเลส 3
ตระกูลมาห่อหุ้ม ซึมแทรก เคลือบ เอิบอาบ
ปนเป็นอยู่ในใจของเราตลอดเวลาจนกลายเป็นวิกฤตมนุษย์ไปเสียแล้วอย่างไม่รู้ตัว
ถอยหลังกลับมาตั้งหลักก็ยังไม่สายเกินไป
ที่จะแก้ไขตนเองให้สมกับที่ได้เกิดเป็นมนุษย์ที่เรียกว่า สัตว์ประเสริฐกันเถอะ
ไม่มีใครที่จะใจร้ายพอที่ไม่ให้อภัย ถ้าเราได้คิด เราก็จะคิดได้ อย่างน้อย ๆ
ก็ทำครอบครัวของเราให้อบอุ่นน่าอยู่ ร่มเย็น เป็นสุข
เพื่อบั้นปลายของชีวิตที่จะช่วยกันสร้างโลกนี้ให้สวยงามด้วยตัวของเราเอง
พิณสายกลาง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น